|
วีซ่าชั่วคราว
หลายคนจากประเทศตะวันตกเข้าไปเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยไม่มีวีซ่า
พวกเค้าเดินทางด้วยโปรแกรมข้อละเว้นวีซ่า และเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาโดยไม่ใช้วีซ่าใดๆ
ประเทศที่ปัจจุบันลงทะเบียนกับโปรแกรมนี้ได้แก่
แอนโดรา, อาเจนติน่า, ออสเตรีย,
ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บรูไน, เดนมาร์ค, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี,
สหราชอาณาจักรอังกฤษ, ไอร์แลนด์, ไอซ์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ไลช์เตนสไตน์,
ลัคเซิมเบิร์ก,
โมนาโค, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, ซานมารีโน่, สวิสเซอร์แลนด์
และสเปน
ประเทศไทยยังไม่ได้รวมอยู่ในโปรแกรม ดังนั้นคนไทยต้องมีวีซ่าที่เหมาะสม กับการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
ภายใต้โปรแกรมข้อละเว้นของวีซ่านี้ ประชาชนของประเทศที่ร่วมลงทะเบียน
สามารถเยี่ยมเยียนสหรัฐอเมริกาแบบนักท่องเที่ยว ด้วยระยะเวลาถึง 90 วัน (WT)
หรือด้วยจุดประสงค์ทางธุรกิจ (WB) ในขณะที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
คนเหล่านั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานใดๆ การอยู่ในประเทศไม่สามารถยืดออกไปได้
และพวกเค้าก็ไม่สามารถทำวีซ่าชนิดอื่นอีกโดยที่ไม่ออกจากประเทศ
สำคัญ:
1. รายชื่อวีซ่าต่อไปนี้ทั้งหมดถือเป็นชนิดชั่วคราว และไม่สามารถกระทำการใดๆ
ให้กลายเป็นผู้อาศัยถาวร
บุคคลที่ปารถนาจะอาศัยในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวรจะต้องใช้วีซ่าอีกชนิดหนึ่ง
(กรีนการ์ด)
2. วีซ่าอยู่อาศัยชั่วคราวไม่มีผลใดๆ ต่อกรีนการ์ดล๊อตเตอรี่
คุณสามารถเข้าร่วมในกรีนการ์ดล๊อตเตอรี่ได้ ไม่ว่าคุณจะอาศัยที่ไหน
หรือไม่ว่าคุณจะถือวีซ่าชั่วคราวอยู่ก็ตาม ดังนั้นจึงเป็นการแนะนำอย่างหนักแน่นว่า
คุณควรจะร่วมในกรีนการ์ดล๊อตเตอรี่ตั้งแต่ตอนนี้
*หมายเหตุ:
รายการวีซ่าชั่วคราวต่อไปนี้ไม่ใช่รายการที่สมบูรณ์ Green Card Support Service
เพียงเลือกเอาวีซ่าประเภทที่มีการใช้บ่อยโดยทั่วไปมาเท่านั้น ชนิดอื่นๆ
ที่ไม่กล่าวถึงยังคงมีอีก
B-1-Visa (Business Visitor
Visa วีซ่านักธุรกิจ)
วีซ่าชนิดนี้เป็นวีซ่าที่มีจุดประสงค์ทางธุรกิจ วีซ่าอาจเป็นการเข้าประเทศเพียงครั้งเดียว
หรืออาจจะเป็นแบบอนุญาตให้เข้าประเทศแบบไม่จำกัดครั้งภายในสิบปี
ระยะของการอยู่ในประเทศโดยทั่วไปคือหกเดือน อย่างไรก็ตาม
ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่สำนักงานอพยพว่า
จะตัดสินอย่างไรกับระยะเวลาอนุญาตอยู่ในประเทศ (ซึ่งอาจน้อยกว่าหกเดือน)
เพื่อยื่นคำร้องและสมัครวีซ่าชนิดนี้ ต้องใช้แบบฟอร์ม DS-156 และอาจต้องใช้
DS-157
สำหรับผู้ชายอายุระหว่าง 16 ถึง 45 ปี วีซ่าชนิดนี้ใช้เวลาค่อนข้างสั้นในการยื่น
B-2-Visa (Tourist Visa
วีซ่านักท่องเที่ยว)
วีซ่านี้คล้ายกันกับ B-1 Visa แต่ถูกยื่นเพื่อจุดประสงค์ในการท่องเที่ยว
ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ
ผู้สมัครวีซ่าชั่วคราวส่วนมาก จะต้องพิสูจน์อย่างหนักแน่นต่อประเทศของตนว่า
จะกลับคืนสู่ภูมิลำเนาหลังจากการเดินทาง ดังนั้นอาจจะเป็นเรื่องแปลกที่ต้องยื่นวีซ่านักท่องเที่ยว
หากท่านอาศัยอยู่ในประเทศนั้นยังไม่ถึง 1 ปี
E-1-Visa (Trade Visa
วีซ่าการค้า)
วีซ่านี้ใช้เพื่อการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ทีร่วมการค้า อาจจะยื่นต่อบริษัท
หรือนายจ้าง แม้ว่าวีซ่าชนิดนี้ไม่ใช่กรีนการ์ด และด้วยหนังสือสัญญาใน 08
มิ.ย 1968
ชาวไทยสามารถเข้าไปลงทุนในสหรัฐ ด้วยวีซ่า E-1แต่สถานภาพเป็นผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา
สามารถยืดระยะเวลาออกไปได้อย่างไม่มีกำหนด ประโยชน์จากวีซ่านี้ก็คือ
ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการขอกรีนการ์ดสามารถใช้วีซ่าชนิดนี้ได้
E-2-Visa (Investment
Visa วีซ่าสำหรับการลงทุน)
วีซ่าชนิดนี้คล้ายกันกับ E-1-Visa แต่ว่ายื่นเพื่อการลงทุนธุระกรรมทางธุรกิจ
การลงทุนนี้สามารถนำเข้าสหรัฐอเมริกาในรูปของเงินสด หรือสินทรัพย์ ที่มีมูลค่าขั้นต่ำ
$100,000 และนี่ต้องเป็นจุดประสงค์ในการเริ่มต้น หรือซื้อบริษัทซึ่งควรจะเกิดกำไร
สามารถสร้างงาน และให้การเติบโตในทางบวกต่อเศรษฐกิจ เช่นเดียวกันกับ E-1-Visa
วีซ่าเพื่อการลงทุนนี้สามารถยืดระยะเวลาอยู่ในประเทศได้โดยไม่มีข้อจำกัด
F-1-Visa (Student Visa
วีซ่านักเรียน-นักศึกษา)
นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนกับโรงเรียนภาษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย
ที่ได้รับการรับรองในสหรัฐอเมริกา สามารถสมัครวีซ่าชนิดนี้ได้
วีซ่านี้จะถูกยื่นในระยะเวลาการศึกษา แต่ว่าจะกลายเป็นโมฆะ
ถ้าหากนักเรียนไม่เรียนตามกฏระเบียบวิชา
วีซ่านี้มีกฎข้อจำกัดในการทำงานนอกเวลาเรียน ดังนั้นผู้สมัคร
มีความจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์แหล่งทางการเงิน ในการที่จะ
อยู่ตลอดระยะการศึกษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของการเรียนด้วย
นักเรียนอาจจะสามารถยื่นวีซ่านี้เพื่อการเรียนนอกระบบวิชาการภายใต้ M-1
J-1-Visa (Exchange Visitor
วีซ่าแลกเปลี่ยน)
วีซ่านี้ใช้สำหรับนักเรียน หรือเพื่อจุดประสงค์การฝึกงาน และ au-pair
(การทำงานให้กับครอบครัวในต่างประเทศ เพื่อแลกกับที่พัก อาหาร และการเรียนภาษา)
วีซ่านี้ต้องการการลงทะเบียนและการตอบรับของจากหน่วยงานสนับสนุนสหรัฐ
เช่น AIPT หรือ CDS International
K-1-Visa (Fiancee Visa
วีซ่าคู่หมั้น)
ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับคนสัญชาติอเมริกัน สามารถใช้วีซ่าชนิดนี้เพื่อเข้า
ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ การแต่งงานจะต้องเกิดขึ้นภายใน 90 วัน นับจากวันที่เข้าประเทศ
กฎของวีซ่าชนิดนี้คือ หลังจากการสมรส และสมัครกรีนการ์ดเรียบร้อย
ผู้ที่ถือวีซ่าคู่หมั้นสามารถยื่นเรื่องขอใบอนุญาตทำงาน
L-1-Visa (Intra-Company
Transfer การโยกย้ายภายในองค์การ)
วีซ่าชนิดนี้มีไว้สำหรับผู้จัดการและลูกจ้างของบรรษัทข้ามชาติ สามารถใช้กับธุรกิจขนาดเล็ก
และผู้เป็นเจ้าของบริษัทห้างร้านได้เช่นกัน วีซ่านี้อยู่ใต้เงื่อนไขเบื้องต้นต่างๆ
และอาจจะ
เปลี่ยนเป็นผู้อยู่อาศัยอย่างถาวรได้ (กรีนการ์ด)
O-1-Visa (Extraordinary
Ability ความสามารถพิเศษ)
ผู้ที่มีความสามารถ หรือความรู้ที่แตกต่างจากผู้อื่นสามารถสมัครวีซ่าชนิดนี้ได้
การได้รับรางวัลระดับนานาชาติอาจใช้วีซ่านี้ได้เช่นกัน
วีซ่าความสามารถพิเศษนี้อาจจะยืดเวลาการอยู่ในประเทศได้อย่างไม่มีกำหนด
P-1-Visa (Athletes and
Entertainers วีซ่านักกีฬา และบุคคลบันเทิง)
วีซ่าชนิดนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ถือว่าเป็นนักกีฬา, ศิลปิน และบุคคลบันเทิง
อาจเป็นไปได้ที่จะรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล (อาทิ ผู้ฝึกซ้อม, ตัวแทนต่างๆ
เป็นตัน)
R-1-Visa (Religious
Workers ผู้ปฏิบัติงานทางด้านศาสนา)
วีซ่าชนิดนี้มีไว้สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางด้านศาสนาในโบสถ์ และองกรศาสนาอื่นๆ
ผู้สมัครต้องสามารถยืนยันการเป็นสมาชิกของสำนักนั้นอย่างน้อยสองปีก่อนการสมัคร
V-วีซ่า
วีซ่าใช้สำหรับบุคคล ที่เป็นสมาชิกครอบครัวโดยสายตรง ต่อผู้ที่เป็นผู้อาศัยถาวร
อย่างถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา (ผู้ที่ถือกรีนการ์ด) เพื่อที่จะย่นระยะรอคอย
การรวมกันอีกครั้งของครอบครัว
หมายเหตุสำคัญ:
คำอธิบายข้างต้นเป็นเพียงข้อความที่ใช้ภาษาโดยทั่วไป
เพื่อให้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับวีซ่าบางชนิด คำอธิบายเหล่านี้ไม่ได้เป็น
คำจำกัดความตามกฎหมาย และก็ไม่ได้เป็นการแสดงข้อแนะนำทางกฎหมาย
เพื่อทราบว่าคุณเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติสำหรับวีซ่าชนิดใด
เราขอแนะนำให้ติดต่อนักกฎหมายเกี่ยวกับการอพยพถิ่นที่อยู่อาศัย
(Licensed immigration lawyer)
|